คำถามที่พบบ่อย

LiDAR
LiDAR (ไลดาร์) ย่อมาจากอะไร และคืออะไร?
LiDAR ย่อมาจาก Light Detection and Ranging
LiDAR คือ เทคโนโลยีการสำรวจและวัดระยะทางด้วย "แสงเลเซอร์" โดยเครื่องมือจะยิงลำแสงเลเซอร์ออกไปกระทบกับวัตถุต่างๆ แล้วสะท้อนกลับมา เพื่อสร้างเป็นแบบจำลอง 3 มิติที่มีความแม่นยำสูงมาก
หลักการทำงานพื้นฐานของ LiDAR เป็นอย่างไร?
หลักการทำงานคล้ายกับการส่งเสียงสะท้อนของค้างคาว แต่ LiDAR เปลี่ยนจากเสียงมาใช้ "แสง" แทน เครื่องจะยิงเลเซอร์ออกไปนับแสนจุดต่อวินาที และจับเวลาที่แสงเดินทางไปกระทบวัตถุแล้วสะท้อนกลับมา (Time of Flight) จากนั้นนำเวลาที่ได้มาคำนวณเป็นระยะทาง ทำให้เรารู้ว่าวัตถุนั้นอยู่ห่างออกไปเท่าไหร่และมีรูปร่างอย่างไรครับ
จุดข้อมูล 3 มิติ หรือที่เรียกว่า "Point Cloud" คืออะไร?
Point Cloud คือผลลัพธ์ที่ได้จากการสแกนด้วย LiDAR
ลองจินตนาการถึง "เม็ดทราย" เล็กๆ หลายล้านเม็ดที่ลอยอยู่ในอากาศ แล้วมาเกาะรวมตัวกันจนกลายเป็นรูปร่างของตึก ต้นไม้ หรือภูเขาแบบ 3 มิติ จุดเหล่านี้จะเก็บค่าพิกัด (X, Y, Z) ที่แม่นยำ ทำให้เราสามารถหมุนดูและวัดขนาดได้จากทุกมุม
LiDAR กับ Radar และ Sonar ต่างกันอย่างไร?
ทั้ง 3 อย่างใช้หลักการสะท้อนกลับเพื่อวัดระยะทางเหมือนกัน แต่ต่างกันที่สิ่งที่ส่งออกไป:
  • LiDAR ใช้ "คลื่นแสงเลเซอร์" (เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดสูงมาก สร้างภาพ 3 มิติได้)
  • Radar ใช้ "คลื่นวิทยุ" (เหมาะกับการจับวัตถุระยะไกล เช่น เครื่องบิน หรือสภาพอากาศ)
  • Sonar ใช้ "คลื่นเสียง" (เหมาะกับการใช้งานใต้น้ำลึกที่แสงส่องไม่ถึง)
ระบบการสำรวจด้วย LiDAR ประกอบด้วยเครื่องมือสำคัญอะไรบ้าง?

การจะสร้างแผนที่ 3 มิติที่แม่นยำได้ ระบบ LiDAR จะมี 3 หัวใจหลักทำงานร่วมกัน  คือ:

  1. Laser Scanner (ตัวยิงและรับแสงเลเซอร์)
  2. GPS/GNSS (ระบบระบุพิกัดตำแหน่งบนโลก) และ
  3. IMU (เซนเซอร์วัดความเอียงและทิศทางของอุปกรณ์ขณะเคลื่อนที่)
แสงเลเซอร์ของเครื่อง LiDAR เป็นอันตรายต่อดวงตาคนหรือไม่?

ปลอดภัยต่อดวงตา (Eye-safe) 

เครื่อง LiDAR ที่ใช้ในการสำรวจทางวิศวกรรมและการทำแผนที่ส่วนใหญ่ ถูกออกแบบมาให้อยู่ในคลาสที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล (เช่น Class 1 Laser) คุณจึงไม่ต้องกังวลเมื่อมีการบินโดรนหรือขับรถ MMS สแกนผ่านในพื้นที่สาธารณะครับ

LiDAR สามารถทำงานตอนกลางคืนหรือในที่มืดสนิทได้ไหม?
ทำได้ดีเยี่ยม โดยนี่คือข้อได้เปรียบหลักที่เหนือกว่ากล้องถ่ายภาพทั่วไป เพราะ LiDAR เป็นระบบ "Active Sensor" หรือเซนเซอร์ที่เปล่งแสงออกมาได้เอง จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแสงอาทิตย์ ไม่ว่าจะสแกนในอุโมงค์มืดๆ หรือบินสำรวจตอนกลางคืน ก็ได้ข้อมูล 3 มิติที่คมชัดเหมือนเดิม
ทำไมเครื่อง LiDAR บางรุ่นใช้เลเซอร์สีแดง และบางรุ่นใช้สีเขียว?

ของเลเซอร์ถูกออกแบบมาตามการใช้งาน

  • เลเซอร์สาย "สีแดงหรืออินฟราเรด" จะใช้สำหรับการสำรวจบนพื้นดินทั่วไปและสแกนทะลุต้นไม้
  • ส่วนเลเซอร์ "สีเขียว" (Bathymetric LiDAR) จะถูกปรับจูนมาเป็นพิเศษให้สามารถส่องทะลุผิวน้ำลงไปสแกนถึงท้องแม่น้ำหรือทะเลได้ครับ
เทคโนโลยี LiDAR นิยมนำไปใช้ในวงการไหนบ้าง?
ปัจจุบันใช้งานกว้างขวางมาก ตั้งแต่ วงการวิศวกรรมก่อสร้าง (ทำแบบ As-built), การทำผังเมืองอัจฉริยะ (Smart City), การเกษตรและป่าไม้ (ประเมินปริมาณต้นไม้), โบราณคดี (สแกนหาเมืองโบราณที่ถูกป่าทึบปกคลุม) ไปจนถึงเป็นเซนเซอร์สำคัญในรถยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Vehicles)
หากเพิ่งเริ่มต้นศึกษาและต้องการปรึกษาเรื่องการนำ LiDAR ไปใช้กับธุรกิจ ต้องทำอย่างไร?
หากคุณกำลังมองหาโซลูชันเพื่อลดต้นทุนหรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มอย่างไร สามารถติดต่อทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญจาก VSK Global ได้เลยครับ เราพร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้นฟรี เพื่อช่วยคุณเลือกเทคโนโลยี (ไม่ว่าจะเป็นโดรน, รถ MMS, หรือเครื่องสแกนภาคพื้นดิน) ที่คุ้มค่าและตอบโจทย์โครงการของคุณมากที่สุดครับ
Drone
โดรนสำรวจถ่ายภาพความละเอียดสูง แตกต่างจากโดรนถ่ายรูปทั่วไปอย่างไร?
โดรนสำรวจระดับอุตสาหกรรมมีระบบพิกัดดาวเทียมความแม่นยำสูง (RTK/PPK) ฝังอยู่ในตัวเครื่อง ทำให้ระบุตำแหน่งได้แม่นยำระดับเซนติเมตร ต่างจากโดรนทั่วไปที่พิกัดอาจคลาดเคลื่อนเป็นเมตร นอกจากนี้กล้องและเซนเซอร์ LiDAR ยังถูกออกแบบมาเพื่องานวิศวกรรมโดยเฉพาะ ทำให้ข้อมูลที่ได้มีความถูกต้องตามมาตรฐาน
เทคโนโลยี LiDAR สามารถมองทะลุป่า ต้นไม้หนาทึบ ได้จริงหรือไม่?
ทำได้จริง ลำแสงเลเซอร์จาก LiDAR สามารถลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้และกิ่งไม้ไปกระทบผิวดินด้านล่างได้ (Canopy Penetration) ทำให้เราได้ระดับความสูงต่ำของพื้นดินที่แท้จริง ซึ่งต่างจากโดรนถ่ายภาพทั่วไปที่มองเห็นแค่ยอดไม้
สามารถบินโดรนในพื้นที่ควบคุม ได้หรือไม่?
สามารถทำได้ครับ ทาง VSK Global มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญดำเนินการขออนุญาตการบินจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ให้ทั้งหมด คุณลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าการปฏิบัติงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 100%
นอกจากการทำแผนที่แนวราบ สามารถใช้โดรนบินสำรวจอาคารสูงได้ไหม?
ทำได้ดีเยี่ยม เราสามารถตั้งค่าให้โดรนบินสแกนในแนวดิ่ง (Facade) เพื่อตรวจสอบรอยร้าวของตึก โครงสร้างสะพาน หรือเสาโทรคมนาคม โดยที่คนงานไม่ต้องเสี่ยงปีนขึ้นไปในที่สูงครับ
ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มบินจนถึงส่งมอบงาน ปกติใช้เวลากี่วัน?
สำหรับพื้นที่ขนาด 100-500 ไร่ เราใช้เวลาบินโดรนเก็บข้อมูลหน้างานเพียง 1-2 วัน และประมวลผลข้อมูลในออฟฟิศอีกประมาณ 3-7 วัน คุณก็สามารถรับไฟล์ 3 มิติไปใช้งานต่อได้เลย ประหยัดเวลากว่าการเดินสำรวจแบบดั้งเดิมหลายเท่าตัว
ข้อมูลจากโดรน LiDAR สามารถนำมาใช้คำนวณปริมาตรดิน (Cut & Fill) ได้หรือไม่?
ทำได้และแม่นยำมาก  โมเดลภูมิประเทศที่ได้จากโดรนของ VSK Global มีความละเอียดสูง เมื่อนำมาคำนวณปริมาณงานดินตัด-ดินถม (Cut & Fill) จึงได้ตัวเลขที่เชื่อถือได้ ช่วยให้ประเมินงบประมาณได้อย่างแม่นยำ
ไฟล์ข้อมูลที่ได้รับ นำไปใช้กับโปรแกรมไหนต่อได้บ้าง?
ไฟล์หลักคือ "Point Cloud" (.las, .laz) ซึ่งสามารถนำไปเปิดทำงานต่อในโปรแกรมเขียนแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมยอดฮิตได้แทบทั้งหมด เช่น AutoDesk civil3D, Revit, SketchUp หรือซอฟต์แวร์ของ Bentley Systems
ลูกค้าต้องเตรียมความพร้อมของพื้นที่ก่อนโดรนขึ้นบินอย่างไรบ้าง?
แทบไม่ต้องเตรียมอะไรซับซ้อนครับ เพียงแจ้งขอบเขตพื้นที่ (พิกัด) ให้ทีมงาน VSK Global ทราบล่วงหน้า และช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการเข้าออกพื้นที่หน้างานก็เพียงพอแล้วครับ
มีการรับประกันความเสียหายหากเกิดอุบัติเหตุระหว่างบินสำรวจหรือไม่?
เรามีประกันภัยความรับผิดชอบต่อบุคคลที่สาม (Third-Party Liability Insurance) ครอบคลุมการปฏิบัติงานทุกครั้ง หากเกิดเหตุสุดวิสัย ลูกค้าและผู้คนในพื้นที่สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล
การจ้างสำรวจด้วยโดรน LiDAR มีราคาแพงกว่าช่างสำรวจแบบดั้งเดิมหรือไม่?
หากมองในมุมของ "ความคุ้มค่าและต้นทุนรวม" ถือว่าถูกกว่ามากครับ เพราะลดเวลาทำงานจากหลักเดือนเหลือหลักวัน และได้ข้อมูลที่ครบถ้วนแม่นยำในครั้งเดียว ช่วยลดข้อผิดพลาดในการก่อสร้าง (Rework) ที่มักตามมาด้วยค่าใช้จ่ายมหาศาลครับ
หากต้องการขอใบเสนอราคา ต้องเตรียมข้อมูลอะไรแจ้งให้ทางบริษัททราบพิจารณาบ้าง?
เพื่อให้ทางเราประเมินราคาและวางแผนการทำงานได้แม่นยำที่สุด รบกวนคุณลูกค้าเตรียมข้อมูลเบื้องต้น 4 ข้อนี้ครับ:

ขนาดพื้นที่: ประมาณกี่ไร่ หรือ กี่ตารางเมตร
สถานที่ตั้ง: อยู่ที่ไหน (หากมีพิกัด Google Maps จะดีมากครับ)
สภาพพื้นที่คร่าวๆ: เช่น เป็นที่ดินเปล่า, ป่ารกทึบ, มีสิ่งปลูกสร้าง, หรือเป็นงานภายในอาคาร
วัตถุประสงค์การใช้งาน: ต้องการนำไฟล์ไปทำอะไรต่อ (เช่น ทำแบบก่อสร้าง, คำนวณปริมาตรดิน, หรือขึ้นโมเดล 3D)

Smart City
3D Mapping / Digital Twin คืออะไร จำเป็นแค่ไหนกับ Smart City?
Digital Twin คือการสร้าง "เมืองจำลองฝาแฝด" ในรูปแบบ 3 มิติบนคอมพิวเตอร์ครับ สิ่งนี้จำเป็นมากสำหรับ Smart City เพราะทำให้ผู้บริหารเมืองสามารถจำลองสถานการณ์ต่างๆ เช่น การแก้ปัญหาน้ำท่วม หรือการวางแผนจราจร ได้แม่นยำโดยไม่ต้องลงพื้นที่จริง
ข้อมูลที่ได้นำไปใช้งานกับระบบ GIS (เช่น ArcGIS) ของหน่วยงานรัฐได้ไหม?
สามารถแปลงไฟล์เป็นฟอร์แมตมาตรฐานสำหรับซอฟต์แวร์ GIS ทุกค่าย ทำให้หน่วยงานนำไปซ้อนทับกับแผนที่เดิม หรือฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ที่มีอยู่แล้วได้ทันที
การทำแบบจำลองเมือง 3 มิติ ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างไร?
ข้อมูลความสูงต่ำของพื้นที่จาก LiDAR จะบอกทางไหลของน้ำได้อย่างแม่นยำ เมื่อนำไปใส่ในโปรแกรมจำลองน้ำท่วม จะเห็นชัดเจนว่าพื้นที่ไหนจะท่วมก่อน ช่วยให้เทศบาลหรือ อบต. วางแผนสร้างคันกั้นน้ำได้อย่างตรงจุด
ข้อมูล 3D สามารถใช้วางแผนเส้นทางรถไฟฟ้าหรือตัดถนนใหม่ได้ไหม?
เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับการวางแผนเบื้องต้น วิศวกรสามารถใช้โมเดลนี้ดูแนวเวนคืนที่ดิน ประเมินสิ่งกีดขวาง และคำนวณปริมาณดินได้อย่างรวดเร็ว
การสำรวจระดับเมือง (City-scale) ใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยปกติพื้นที่ระดับเขตหรืออำเภอสามารถบินเก็บข้อมูลเสร็จได้ภายในหลักสัปดาห์
สามารถวัดความสูงของตึก หรือความกว้างถนนจากโมเดล 3 มิติได้เลยไหม?
วัดได้ คุณสามารถคลิกวัดระยะทาง ความกว้าง หรือความสูงของอาคารผ่านโปรแกรมได้ทันที โดยมีความแม่นยำระดับเซนติเมตร ไม่ต้องส่งช่างรังวัดลงพื้นที่จริง
โมเดล 3 มิติของเมือง มีความจำเป็นต้องอัปเดตข้อมูลบ่อยแค่ไหน?
สำหรับเมืองที่มีการขยายตัวและมีการก่อสร้างเยอะ แนะนำให้อัปเดตทุกๆ 1-2 ปี เพื่อให้ข้อมูล Digital Twin สะท้อนความเป็นจริงและพร้อมใช้งานสำหรับการบริหารจัดการเมืองอยู่เสมอ


หากหน่วยงานราชการสนใจทำ Smart City ต้องเริ่มต้นอย่างไร?
สามารถเริ่มต้นด้วยการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินขอบเขตงานครับ ทาง VSK Global ยินดีให้คำปรึกษาและออกแบบสเปกงาน (TOR) ที่เหมาะสมกับงบประมาณของแต่ละหน่วยงานครับ
Bathymetry
Bathymetric LiDAR คืออะไร ต่างจาก LiDAR บนบกอย่างไร?
LiDAR บนบกทั่วไปใช้เลเซอร์ที่ส่องไม่ทะลุน้ำ แต่ Bathymetric LiDAR จะใช้ "เลเซอร์สีเขียว" ที่ออกแบบมาพิเศษให้เจาะทะลุผิวน้ำลงไปสะท้อนพื้นผิวด้านล่าง (ท้องน้ำ/ทะเล) กลับมาได้ ทำให้สร้างแผนที่ความสูงต่ำใต้น้ำได้อย่างรวดเร็ว
แสงเลเซอร์สามารถส่องทะลุน้ำได้ลึกสุดกี่เมตร?
ขึ้นอยู่กับ "ความใสของน้ำ" ในพื้นที่นั้นๆ ครับ ถ้าน้ำใสมากอาจทะลุได้ลึกถึง 5-10 เมตร แต่หากเป็นแหล่งน้ำที่มีตะกอน ระดับความลึกที่ได้ก็จะลดหลั่นลงมา 
ถ้าน้ำขุ่นมากหรือเป็นน้ำโคลน จะสำรวจความลึกได้อย่างไร?
หากน้ำขุ่นจนแสงเลเซอร์ทำงานไม่ได้ ทาง VSK Global มีโซลูชันทดแทนคือการใช้ เรือสำรวจไร้คนขับ (USV) ติดตั้งระบบคลื่นเสียง (Echo Sounder) ซึ่งคลื่นเสียงสามารถทะลุน้ำขุ่นโคลนลงไปวัดความลึกได้แม่นยำมาก ตอบโจทย์แม่น้ำลำคลองในไทยได้ 100%
การสำรวจใต้น้ำ จำเป็นต้องใช้คนประดาน้ำลงไปไหม?
ไม่จำเป็น การใช้โดรน Bathymetry หรือเรือ USV ช่วยให้เราเก็บข้อมูลใต้น้ำได้ทั้งหมด ช่วยลดความเสี่ยงอันตรายและเพิ่มความปลอดภัยให้กับทีมงานได้อย่างมหาศาล
ข้อมูลใต้น้ำนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างในงานวิศวกรรม?
นำไปใช้ได้หลากหลาย เช่น การคำนวณปริมาณการขุดลอกร่องน้ำ (Dredging), ประเมินความจุน้ำของอ่างเก็บน้ำ, ตรวจสอบการกัดเซาะตลิ่ง, หรือการวางแผนวางท่อและสายเคเบิลใต้น้ำ รวมถึงแผงโซล่าเซลล์ลอยน้ำ
ข้อมูลที่ได้นำไปคำนวณปริมาณตะกอนดินเลนในอ่างเก็บน้ำได้ไหม?
ทำได้ หากเรามีข้อมูลความลึกเดิม แล้วนำข้อมูลสำรวจใหม่ไปซ้อนทับกัน โปรแกรมจะคำนวณปริมาตรตะกอนดินที่สะสมเพิ่มขึ้นออกมาเป็นคิวบิกเมตรได้ทันที ช่วยในการวางแผนงบประมาณขุดลอก
เรือสำรวจไร้คนขับ (USV) สามารถเข้าไปในคลองแคบๆ ได้ไหม?
เข้าได้สบายมาก เรือ USV ของเรามีขนาดกะทัดรัด กินน้ำตื้น และขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า สามารถเข้าไปสำรวจในคลองแคบ หรือใต้สะพานเตี้ยที่เรือขนาดใหญ่เข้าไม่ได้
สามารถสำรวจภูมิประเทศบนฝั่งและใต้น้ำไปพร้อมๆ กันได้ไหม?
ทำได้ครับ ระบบ Bathymetric LiDAR ชั้นสูงสามารถเก็บข้อมูลภูมิประเทศบนฝั่ง (Topography) และใต้น้ำ (Bathymetry) ได้ในการบินครั้งเดียว ทำให้ได้โมเดล 3 มิติที่เชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ
กรณีเป็นน้ำลึกสามารถนำข้อมูลจากเรือ USV ประมวลผลรวมกับข้อมูลจากการบินโดรนได้
ความแม่นยำของการสำรวจใต้น้ำ เทียบเท่ากับการสำรวจบนบกหรือไม่?
ความแม่นยำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวิศวกรรมสากลครับ แม่นยำและรวดเร็วกว่าการใช้คนหย่อนไม้วัดระดับแบบดั้งเดิมหลายสิบเท่า ช่วยลดระยะเวลาและเพิ่มคุณภาพงานให้กับโครงการได้
Mobile Mapping System (MMS)
ระบบ Mobile Mapping System (MMS) คืออะไร?
MMS คือการนำเครื่องสแกนเลเซอร์ 3 มิติ (LiDAR) และกล้อง 360 องศาความละเอียดสูง ไปติดตั้งบนรถยนต์แล้วขับเก็บข้อมูลตามท้องถนน จุดเด่นคือสามารถเก็บข้อมูลใน "ระดับสายตา" สแกนทะลุใต้ต้นไม้ และเห็นรายละเอียดของป้ายโฆษณาหรือหน้าอาคารได้อย่างชัดเจน
MMS ช่วยเทศบาลหรือ อบต. ในการ "จัดเก็บภาษีป้าย" ได้อย่างไร?
รถ MMS สามารถขับผ่านถนนทุกสายในเมืองและบันทึกภาพป้ายโฆษณาทุกป้ายไว้ในระบบ 3 มิติ ทำให้หน่วยงานมีฐานข้อมูลป้ายที่ครบถ้วน 100% ไม่พลาดการจัดเก็บภาษีแม้แต่ป้ายเดียว แก้ปัญหาป้ายตกหล่นจากการเดินสำรวจแบบเดิมได้
สามารถวัด "ขนาดของป้าย" เพื่อคำนวณภาษีจากไฟล์ที่สแกนมาได้เลยหรือไม่?
วัดได้ทันทีและแม่นยำมากครับ! เจ้าหน้าที่สามารถคลิกเมาส์ลากวัดความกว้างและความยาวของป้ายในคอมพิวเตอร์ได้เลย ทำให้คำนวณอัตราภาษีป้ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ต้องส่งช่างไปปีนวัดหน้างาน
นอกจากการสำรวจป้ายโฆษณาแล้ว รถ MMS สามารถสำรวจอะไรได้อีกบ้าง?
สามารถเก็บข้อมูล "ทรัพย์สินของเมือง" ได้ทุกอย่างในการวิ่งรอบเดียวครับ เช่น เสาไฟฟ้า, ป้ายจราจร, ต้นไม้ริมทาง, ไปจนถึงสภาพความเสียหายของผิวจราจร (หลุมบ่อ รอยร้าว) ช่วยให้วางแผนซ่อมบำรุงได้ตรงจุด
การวิ่งสำรวจด้วยรถ MMS ต้องทำการปิดถนนหรือรบกวนการจราจรหรือไม่?
ไม่ต้องปิดถนนครับ รถ MMS ของ VSK Global สามารถขับร่วมกับสภาพการจราจรปกติได้เลย ทำให้การทำงานรวดเร็ว ปลอดภัย และไม่สร้างความรำคาญให้กับประชาชน
หากเป็นซอยแคบๆ ที่รถยนต์เข้าไม่ได้ จะสำรวจเก็บข้อมูลได้อย่างไร?
สำหรับตรอกซอยแคบ ทางเรามีโซลูชันที่ยืดหยุ่น โดยสามารถย้ายอุปกรณ์สแกนไปติดตั้งบนรถขนาดเล็ก (ATV) หรือใช้เป็นระบบสะพายหลัง (Backpack LiDAR) เพื่อเดินเท้าเข้าไปเก็บข้อมูลให้ครบถ้วนทุกซอกทุกมุมของเมืองครับ
การจ้างรถ MMS วิ่งสำรวจทั้งเมือง ใช้เวลาทำงานนานแค่ไหน?
รถ MMS สามารถวิ่งเก็บข้อมูลถนนระยะทาง 100 กิโลเมตร ได้เสร็จสิ้นภายใน ไม่กี่วันเท่านั้น ช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณของหน่วยงานได้มหาศาล
ไฟล์งาน (Deliverables) ที่ลูกค้าจะได้รับจากการสำรวจด้วย MMS มีอะไรบ้าง?
ตัวอย่าง ลูกค้าจะได้รับ 1. ข้อมูลจุดพิกัด 3 มิติ (Point Cloud) 2. ภาพถ่าย 360 องศา (Street View) และ 3. ฐานข้อมูล GIS สรุปรายการทรัพย์สินหรือป้ายโฆษณาพร้อมพิกัดและขนาด เพื่อให้พร้อมนำไปบริหารจัดการต่อครับ
หากสนใจบริการ LiDAR, MMS หรือ 3D Scan ต้องติดต่อที่ไหน?
สำหรับบริการรับสำรวจแบบครบวงจร (Full Services) ทั้งโดรนสำรวจ, เรือ USV, รถ MMS และงานวิศวกรรมสแกน 3 มิติทั้งหมด ดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทหลักของเรา คุณลูกค้าสามารถดูรายละเอียดบริการ, ผลงาน และติดต่อประเมินราคาฟรีได้ที่เว็บไซต์ vsk-global.com ครับ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy