LiDAR

LiDAR (ไลดาร์) ย่อมาจากอะไร และคืออะไร?
LiDAR ย่อมาจาก Light Detection and Ranging
LiDAR คือ เทคโนโลยีการสำรวจและวัดระยะทางด้วย "แสงเลเซอร์" โดยเครื่องมือจะยิงลำแสงเลเซอร์ออกไปกระทบกับวัตถุต่างๆ แล้วสะท้อนกลับมา เพื่อสร้างเป็นแบบจำลอง 3 มิติที่มีความแม่นยำสูงมาก
หลักการทำงานพื้นฐานของ LiDAR เป็นอย่างไร?
หลักการทำงานคล้ายกับการส่งเสียงสะท้อนของค้างคาว แต่ LiDAR เปลี่ยนจากเสียงมาใช้ "แสง" แทน เครื่องจะยิงเลเซอร์ออกไปนับแสนจุดต่อวินาที และจับเวลาที่แสงเดินทางไปกระทบวัตถุแล้วสะท้อนกลับมา (Time of Flight) จากนั้นนำเวลาที่ได้มาคำนวณเป็นระยะทาง ทำให้เรารู้ว่าวัตถุนั้นอยู่ห่างออกไปเท่าไหร่และมีรูปร่างอย่างไรครับ
จุดข้อมูล 3 มิติ หรือที่เรียกว่า "Point Cloud" คืออะไร?
Point Cloud คือผลลัพธ์ที่ได้จากการสแกนด้วย LiDAR
ลองจินตนาการถึง "เม็ดทราย" เล็กๆ หลายล้านเม็ดที่ลอยอยู่ในอากาศ แล้วมาเกาะรวมตัวกันจนกลายเป็นรูปร่างของตึก ต้นไม้ หรือภูเขาแบบ 3 มิติ จุดเหล่านี้จะเก็บค่าพิกัด (X, Y, Z) ที่แม่นยำ ทำให้เราสามารถหมุนดูและวัดขนาดได้จากทุกมุม
LiDAR กับ Radar และ Sonar ต่างกันอย่างไร?
ทั้ง 3 อย่างใช้หลักการสะท้อนกลับเพื่อวัดระยะทางเหมือนกัน แต่ต่างกันที่สิ่งที่ส่งออกไป:
  • LiDAR ใช้ "คลื่นแสงเลเซอร์" (เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดสูงมาก สร้างภาพ 3 มิติได้)
  • Radar ใช้ "คลื่นวิทยุ" (เหมาะกับการจับวัตถุระยะไกล เช่น เครื่องบิน หรือสภาพอากาศ)
  • Sonar ใช้ "คลื่นเสียง" (เหมาะกับการใช้งานใต้น้ำลึกที่แสงส่องไม่ถึง)
ระบบการสำรวจด้วย LiDAR ประกอบด้วยเครื่องมือสำคัญอะไรบ้าง?

การจะสร้างแผนที่ 3 มิติที่แม่นยำได้ ระบบ LiDAR จะมี 3 หัวใจหลักทำงานร่วมกัน  คือ:

  1. Laser Scanner (ตัวยิงและรับแสงเลเซอร์)
  2. GPS/GNSS (ระบบระบุพิกัดตำแหน่งบนโลก) และ
  3. IMU (เซนเซอร์วัดความเอียงและทิศทางของอุปกรณ์ขณะเคลื่อนที่)
แสงเลเซอร์ของเครื่อง LiDAR เป็นอันตรายต่อดวงตาคนหรือไม่?

ปลอดภัยต่อดวงตา (Eye-safe) 

เครื่อง LiDAR ที่ใช้ในการสำรวจทางวิศวกรรมและการทำแผนที่ส่วนใหญ่ ถูกออกแบบมาให้อยู่ในคลาสที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล (เช่น Class 1 Laser) คุณจึงไม่ต้องกังวลเมื่อมีการบินโดรนหรือขับรถ MMS สแกนผ่านในพื้นที่สาธารณะครับ

LiDAR สามารถทำงานตอนกลางคืนหรือในที่มืดสนิทได้ไหม?
ทำได้ดีเยี่ยม โดยนี่คือข้อได้เปรียบหลักที่เหนือกว่ากล้องถ่ายภาพทั่วไป เพราะ LiDAR เป็นระบบ "Active Sensor" หรือเซนเซอร์ที่เปล่งแสงออกมาได้เอง จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแสงอาทิตย์ ไม่ว่าจะสแกนในอุโมงค์มืดๆ หรือบินสำรวจตอนกลางคืน ก็ได้ข้อมูล 3 มิติที่คมชัดเหมือนเดิม
ทำไมเครื่อง LiDAR บางรุ่นใช้เลเซอร์สีแดง และบางรุ่นใช้สีเขียว?

ของเลเซอร์ถูกออกแบบมาตามการใช้งาน

  • เลเซอร์สาย "สีแดงหรืออินฟราเรด" จะใช้สำหรับการสำรวจบนพื้นดินทั่วไปและสแกนทะลุต้นไม้
  • ส่วนเลเซอร์ "สีเขียว" (Bathymetric LiDAR) จะถูกปรับจูนมาเป็นพิเศษให้สามารถส่องทะลุผิวน้ำลงไปสแกนถึงท้องแม่น้ำหรือทะเลได้ครับ
เทคโนโลยี LiDAR นิยมนำไปใช้ในวงการไหนบ้าง?
ปัจจุบันใช้งานกว้างขวางมาก ตั้งแต่ วงการวิศวกรรมก่อสร้าง (ทำแบบ As-built), การทำผังเมืองอัจฉริยะ (Smart City), การเกษตรและป่าไม้ (ประเมินปริมาณต้นไม้), โบราณคดี (สแกนหาเมืองโบราณที่ถูกป่าทึบปกคลุม) ไปจนถึงเป็นเซนเซอร์สำคัญในรถยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Vehicles)
หากเพิ่งเริ่มต้นศึกษาและต้องการปรึกษาเรื่องการนำ LiDAR ไปใช้กับธุรกิจ ต้องทำอย่างไร?
หากคุณกำลังมองหาโซลูชันเพื่อลดต้นทุนหรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มอย่างไร สามารถติดต่อทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญจาก VSK Global ได้เลยครับ เราพร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้นฟรี เพื่อช่วยคุณเลือกเทคโนโลยี (ไม่ว่าจะเป็นโดรน, รถ MMS, หรือเครื่องสแกนภาคพื้นดิน) ที่คุ้มค่าและตอบโจทย์โครงการของคุณมากที่สุดครับ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy